วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

อตีด จอม assist เมซุท เออซิล

เมซุท เออซิล

เมซุท เออซิล (เยอรมันMesut Özil) เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1988 ที่เมืองเกลเซนเคียร์เคิน เป็นนักฟุตบอลชาวเยอรมันเชื้อสายตุรกี[2] โดยเป็นที่รู้จักกันดีจากการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฐานะนักฟุตบอลทีมชาติเยอรมนีในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้
เออซิลเล่นให้กับสโมสรแวร์เดอร์เบรเมินและฟุตบอลทีมชาติเยอรมนี ต่อมาย้ายไปสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด และปัจจุบันได้ย้ายมาสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอลด้วยค่าตัวราว 42.5 ล้านปอนด์ในไม่กี่ชั่วโมงก่อนปิดตลาด เออซิลเป็นเพลย์เมกเกอร์ที่มากความสามารถ โดยทำอัสซิสต์ให้เรอัลมาดริด 74 ลูก ในปี 2010-2013
โดยการย้ายมาอาร์เซนอลครั้งนี้ นับเป็นการทำสถิติการซื้อตัวนักฟุตบอลที่สูงสุดของสโมสร ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าย้ายมาเพราะการย้ายเข้าทีมของแกเร็ธ เบล กองกลางทีมชาติเวลส์ ซึ่งถือเป็นสถิติโลก ทำให้หวั่นเกรงว่าจะไม่มีโอกาสให้ได้รับตำแหน่งตัวจริงในทีม[3]



อดีต ยอดดาวยิง โรนัลโด้ บราซิล


โรนัลโด (อังกฤษRonaldo) หรือชื่อเต็มว่า โรนัลดู ลูอีส นาซารีอู เดอร์ ลีมา (โปรตุเกสRonaldo Luíz Nazário de Lima) เกิดวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2519) เป็นนักฟุตบอลชาวบราซิล ปัจจุบันกำลังเล่นให้กับสโมสรคอรินเทียนส์
ในปี ค.ศ. 1993 โรนัลโดเริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับสโมสรกรูเซย์รู ในฤดูกาลแรกนั้น เขาทำได้ถึง 12 ประตูใน 14 เกม โดยโรนัลโดมีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นก็ถูกแมวมองจากสโมสรยักษ์ใหญ่ เพเอสเวไอนด์โฮเวนจากเนเธอร์แลนด์ดึงไปร่วมเล่น นอกจากนี้ โรนัลโดก็ยังได้ร่วมทางกับสโมสรใหญ่ในยุโรปมากมาย อาทิ บาร์เซโลนา อินแตร์นาซีโอนาเลมีลาโน (อินเตอร์ มิลาน)เรอัลมาดริด และเอซีมิลาน
ในส่วนของทีมชาตินั้น โรนัลโดลงเล่นให้กับทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ 97 นัด และทำประตูได้ถึง 62 ประตู โดยเป็นรองเพียงเปเล่และโรมารีอูเท่านั้น และยังเป็นเจ้าของสติถิ 15 ประตู ผู้ยิงประตูสูงสุดตลอดกาลของโลกในฟุตบอลโลกอีกด้วย เขาพาทีมชาติบราซิลได้แชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัยในปี ค.ศ. 1994 และ ค.ศ. 2002
ฉายาของโรนัลโดคือ O Fenômeno ("The Phenomenon" ในภาษาอังกฤษ) โรนัลโดเป็นหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากมาย อาทิ รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรป 2 สมัย ในปี ค.ศ. 1997 และ ค.ศ. 2002 รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลกโดยฟีฟ่า 3 สมัย ซึ่งมีเพียงโรนัลโดและซีเนดีน ซีดานเท่านั้นที่เคยทำได้ ในปี ค.ศ. 2007 เขาถูกจัดให้เป็นหนึ่งในนักฟุตบอล 100 คนที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลโดยนิตยสารฟุตบอลฝรั่งเศส และเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลยอดเยี่ยมที่สุดของโลกที่ยังมีชีวิตอยู่โดยเปเล่
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 โรนัลโดประกาศเกษียณตัวเองจากการเป็นนักฟุตบอล เนื่องจากความเจ็บปวดและภาวะขาดไทรอยด์

เบล'ทุบสถิติโลก'กาก้า'ไม่มีค่าตัว

'แกเรธ เบล' ย้ายไปร่วมทัพ 'รีล มาดริด' สมใจอยาก หลัง 'สเปอร์ส' ยอมปล่อยให้ย้ายทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติแพงที่สุดในโลก สวนทาง 'กาก้า' ย้ายกลับรังเก่าแบบไม่มีค่าตัว


                           "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งสเปน สามารถคว้าตัวเป้าหมายคนสำคัญอย่าง แกเรธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ เข้ามาเสริมทัพในช่วงก่อนปิดตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรกได้สำเร็จ หลังประกาศยืนยันผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมาว่า ปีกวัย 24 ปีรายนี้กลายเป็นสมาชิกใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจาก "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ยอมตอบรับข้อเสนอเป็นเงินก้อนใหญ่ เพื่อแลกกับการปล่อยตัวให้ย้ายไปโชว์ฝีเท้าในถิ่นซานติอาโก เบอร์นาบิว ด้วยสัญญาค้าแข้งเป็นเวลานานถึง 6 ปี แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยเรื่องรายละเอียดของการย้ายทีมในครั้งนี้อย่างเป็นทางการ แต่คาดว่า เบล น่าจะมีค่าตัวเป็นสถิติแพงที่สุดในโลกสูงถึง 85 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,250 ล้านบาท) พร้อมกับทุบสถิติเดิมของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ปีกทีมชาติโปรตุเกส เมื่อตอนที่ "ราชันชุดขาว" จัดการตะครุบตัวมาจาก "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2009 ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท)
                           โดย รีล มาดริด พร้อมให้ปีกวัย 24 ปีรายนี้สวมเสื้อหมายเลข 11 ที่ได้มีการจัดเตรียมรอเอาไว้ตั้งนานแล้ว และจะต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเหนื่อยให้ตามที่ตกลงกันเอาไว้เป็นเงินสูงถึงสัปดาห์ละ 300,000 ปอนด์ (ประมาณ 15 ล้านบาท) หรือคิดเป็นค่าแรงปีละ 15.6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 780 ล้านบาท) จึงทำให้ "ราชันชุดขาว" จะต้องจ่ายเงินในการดึงตัวสมาชิกใหม่รายนี้เข้ามาเสริมทัพตามมูลค่าของสัญญาค้าแข้งเป็นเวลานานถึง 6 ปีแบบรวมทั้งหมดสูงถึง 180 ล้านปอนด์ (ประมาณ 9,000 ล้านบาท) เลยทีเดียว พร้อมกันนี้ "ไก่เดือยทอง" ยังได้นำบทสัมภาษณ์กล่าวคำขอบคุณของ เบล มาลงในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรด้วย เพื่อเป็นการส่งท้ายให้อดีตขุมกำลังสำคัญรายนี้ที่ได้อยู่ปักหลักโชว์ฝีเท้าในถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลน มานานถึง 6 ปี นับตั้งแต่ย้ายมาจาก "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน เมื่อปี 2007
                           "ผมมีความสุขในช่วงตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา แต่มันถึงเวลาที่จะต้องกล่าวคำอำลากันเสียแล้ว เราเคยมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมาด้วยกัน และผมก็รู้สึกหลงรักที่นี่มาโดยตลอด ผมขอขอบคุณทุกคนในสโมสรแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ประธาน, บอร์ดบริหาร, พนักงาน, โค้ช และผู้เล่นทุกคน รวมถึงแฟนบอลที่ยอดเยี่ยมมาก ผมหวังว่าทุกคนจะเข้าใจถึงเรื่องโอกาสที่ผมจะได้ก้าวเท้าขึ้นไปสู่จุดสูงสุดในอาชีพนักฟุตบอล แต่สเปอร์ส ก็จะยังคงอยู่ในใจของผมตลอดไปอย่างแน่นอน" เบล กล่าว  
                           ขณะเดียวกัน รีล มาดริด ตัดสินใจปล่อยตัว ริคาร์โด กาก้า กองกลางทีมชาติบราซิล ให้ย้ายกลับคืนสู่ทีมต้นสังกัดเก่าอีกครั้งหนึ่ง หลัง "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งอิตาลี ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า สโมสรได้บรรลุข้อตกลงในการดึงตัวมิดฟิลด์วัย 31 ปีรายนี้เข้ามาเสริมทัพแบบไม่มีค่าตัวด้วยสัญญาค้าแข้งเป็นเวลา 2 ปี สำหรับ กาก้า เคยอยู่โชว์ฝีเท้าในถิ่นซาน ซีโร มานานถึง 6 ปี นับตั้งแต่ย้ายมาจากซานโตส ในถิ่นบ้านเกิดเมื่อปี 2003 ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทัพ "ราชันชุดขาว" ในช่วงปี 2009 ด้วยค่าตัวสูงถึง 56 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,800 ล้านบาท) แต่กลับไม่สามารถแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงได้สำเร็จ จึงต้องแปรสภาพกลายเป็นตัวสำรองอยู่ในถิ่นซานติอาโก เบอร์นาบิว แบบถาวร


โรนัลโด ต่อสัญญากับ รีล มาดริด 5 ปี

คริสเตียโน โรนัลโด กองกลางชาวโปรตุเกส ตกลงขยายสัญญากับ รีล มาดริด ออกไปอีก 5 ปี ซึ่งทำให้เป็นนักเตะค่าจ้างแพงสุดในโลก พร้อมประกาศขอปิดฉากอาชีพกับ รีล มาดริด
คริสเตียโน โรนัลโด กัปตันทีมชาติโปรตุเกสวัย 28 ปี ต่อสัญญาฉบับใหม่ ณ สนามซานติอาโก เบร์นาบิว เมื่อวานนี้ตามวัน-เวลาท้องถิ่นประเทศสเปน กับ ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสร ภายใต้สัญญาฉบับใหม่ รีล มาดริด จะต้องจ่ายเงินแก่ โรนัลโด 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 750 ล้านบาท) ต่อปี หลังหักภาษีและไม่รวมโบนัส มากกว่า แกเร็ธ เบล นักเตะค่าตัวแพงสุดในโลก ที่รับค่าจ้างอยู่ 8.3 ล้านปอนด์ (415 ล้านบาท) ต่อฤดูกาล เกือบ 2 เท่า และสูงกว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยอดศูนย์หน้าชาวสวีเดน ของ ปารีส แซงต์ แชร์แมงต์ 8.5 แสนปอนด์ (42.5 ล้านบาท) ต่อปี "ผมมีความสุขมาก ผมจะอยู่ที่นี่ต่อไปอีก 5 ปี ผมแค่ต้องการคว้าแชมป์ให้สโมสรแห่งนี้ ผมขอบอกตามตรง ทุกคนรู้ผมเคยอยู่ แมนฯ ยูไนเต็ด 6 ปี มันกลายเป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้สโมสรของผมคือ รีล มาดริด นี่คือบ้านของผม ครอบครัวของผมอยู่ที่นี่ ผมให้เกียรติทุกสโมสรที่สนใจผม แต่พวกเขารู้การตัดสินใจของผม เป้าหมายของผม คือ ปักหลักที่นี่ บางทีที่นี่อาจเป็นจุดจบของอาชีพ ไม่มีใครรู้อนาคตหรอก"

โอซิลรับต้องย้ายหนีชุดขาวเพราะเบล

เมซุต โอซิล มิดฟิลด์ป้ายแดง อาร์เซนอล ยอมรับว่า การย้ายจาก ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ไปอยู่กับ รีล มาดริด ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกใหม่ของ แกเรธ เบล ปีกจรวดเลือดเวลช์ ทำให้ตัวเขาต้องตัดสินใจย้ายออกจาถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว มาค้าแข้งยังถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในที่สุด
     นอกจากนี้ โอซิล ที่ย้ายมาอยู่กับ อาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 43 ล้านปอนด์ หรือ ราว 2,150 ล้านบาทนั้น ยังแสดงความมั่นใจด้วยว่า ตัวเองจะสามารถทำผลงานให้ “เดอะ กันเนอร์ส” ได้อย่างสุดยอดแน่นอน
     โอซิล กล่าวว่า “เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมยังมั่นใจว่า ตัวเองจะได้อยู่ที่ รีล มาดริด ต่อไปแน่นอน แต่หลังจากนั้นผมก็ได้รู้ว่า ผมไม่ได้รับความไว้วางใจจากโค้ช (คาร์โล อันเชลอตติ) หรือ จากเจ้านาย ผมเป็นนักเตะที่ต้องการได้รับความไว้วางใจ และนั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกว่า ได้รับจากอาร์เซนอล ซึ่งเป็นเหตุผลว่า ทำไมผมจึงย้ายมาอยู่กับพวกเขา”
     “ผมตั้งตารอการลงเล่นให้อาร์เซนอลเพราะผมได้รับความเชื่อมั่นจากโค้ช ผมได้คุยกับ อาร์แซน เวนเกอร์ ทางโทรศัพท์นานพักใหญ่ เขาอธิบายให้ฟังถึงแผนการของเขา และบอกผมว่า เขามีความเชื่อมั่นในตัวผม นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการในฐานะนักเตะ”
      “ผมกำลังตั้งตารอความท้าทายครั้งใหม่ที่ อาร์เซนอล ผมได้ยินมาว่า พวกเขามีแฟนบอลที่ยอดเยี่ยมมาก ตัวเมืองก็ยอดเยี่ยม และยังมีทีมที่ยอดเยี่ยมด้วยเช่นกัน เวนเกอร์ มอบความไว้วางใจให้กับผม และผมก็สามารถจะพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปได้อีก ผมรู้ว่า ตัวเองสามารถทำอะไรได้บ้าง และผมก็เชื่อว่า ผมสามารถทำผลงานได้ดีกับทุกทีมในโลกเพราะผมเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเอง”
     “แต่ถ้าผมไม่รู้สึกว่า คนที่นั่นเชื่อมั่นในตัวผม ผมจะย้ายมายัง อาร์เซนอล ทำไมล่ะ ผมรู้สึกว่า ผมได้รับความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ ผมมั่นใจว่า โค้ชคนใหม่จะช่วยให้ผมพัฒนาฝีเท้าขึ้นได้ และผมก็กำลังตั้งตารอการลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก อยู่อย่างใจจดใจจ่อเลยทีเดียว” ดาวเตะทีมชาติเยอรมนี ทิ้งท้าย
      ขณะที่ ธีโอ วัลคอตต์ ดาวยิง อาร์เซนอล ก็ออกมาแสดงความตื่นเต้นที่จะได้ โอซิล มาเป็นเพื่อนร่วมทีมคนใหม่ โดยระบุว่า “ผมเคยลงเล่นกับเขาในระดับ ยู-21 ตอนนั้นเราแพ้ไป 0-4 และเขาก็แสดงคุณภาพของตัวเองออกมา หลังจากนั้นเขาก็แสดงความสามารถให้เห็นทั้งในระดับสโมสร และทีมชาติต่อมาอีกหลายปี เขาคือการเสริมทีมที่ยอดเยี่ยม และผมเองก็ตั้งตารอที่จะได้ลงเล่นร่วมกับเขา”

"มาดริด" แถลงตั้ง "อันเช่" นั่งกุนซือคนใหม่ "บล็องก์" สวมเก้าอี้เปแอสเช

เรอัล มาดริด แถลงแต่งตั้งคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซืออิตาเลียนเป็นกุนซือคนใหม่ของทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันนี้ (25 มิถุนายน) ขณะที่โลร็องต์ บล็องก์ อดีตกุนซือทีมชาติฝรั่งเศสสลับไปทำหน้าที่กับปารีส แซงต์ แชร์กแมง แทนที่อันเช่ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรราชันชุดขาวในลาลีกาสเปน แถลงแต่งตั้งอันเช่ วัย 54 ปีนั่งคุมทีมต่อจากโจเซ่ มูรินโญ่ ที่ย้ายกลับไปทำงานกับเชลซี โดยสื่อต่างประเทศเปิดเผยว่า อันเช่ เซ็นสัญญาคุมทีมชุดขาว 3 ปี

ก่อนหน้านี้ อันเช่ ยอมรับชัดเจนว่า ต้องการย้ายทีม ภายหลังพาทีมเปแอสเช คว้าแชมป์ลีกเอิง โดยการเจรจาเดินหน้าไปตามสถานการณ์ ขณะเดียวกัน เปแอสเช ก็ตกเป็นข่าวกับกุนซือคนดังหลายคน ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศเผยชื่อโลร็องต์ บล็องก์ อดีตกุนซือทีมชาติฝรั่งเศสเชื่อมโยงกับสโมสรเปแอสเช

ล่าสุด รายงานข่าวเปิดเผยว่า ภายหลังจากที่บล็องก์ เดินทางไปปารีส เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา อดีตกุนซือบอร์กโดซ์ ได้เซ็นสัญญาคุมทีมดังแห่งปารีสเป็นเวลา 2 ปีในวันที่ 25 มิ.ย. โดยบล็องก์ จะเริ่มทำงานในวันที่ 1 กรกฎาคม

ขณะที่ อันเชล็อตติ อาจต้องเริ่มเคลียร์ปัญหาที่ค้างคาภายในสโมสรทั้งเรื่องการนำสต๊าฟฟ์ชุดใหม่เข้ามา และหาข้อสรุปการซื้อ-ขายผู้เล่นในทีม โดยที่ผ่านมา มีข่าวว่า การย้ายทีมของ กอนซาโล อิกวาอิน กองหน้าซึ่งตกเป็นข่าวเตรียมย้ายไปร่วมทีมอาร์เซนอล ชะงักลงเนื่องจากต้องรอความเห็นจากกุนซือคนใหม่ของเรอัล มาดริด รวมไปถึงเรื่องการเสริมทีมที่มาดริด ตกเป็นข่าวกับนักเตะัดังหลายคนทั้งอิสโก้ เพลย์เมเกอร์จากมาลาก้า และเอดินสัน คาวานี กองหน้าจากนาโปลี 

ประวัติสโมสร

สโมสร ฟุตบอลเรอัลมาดริด(Real Madrid Club de Fútbol) หรือที่รู้จักกันในชื่อ เรอัลมาดริด, ราชันชุดขาว หรือ รีลมาดริด เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสเปน ตั้งอยู่ที่กรุงมาดริดเมืองหลวงของประเทศ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1902 เล่นในลาลีกา และเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอลศตวรรษที่ 20 โดยสามารถคว้าแชมป์ลาลีกาได้ทั้งสิ้น 31 สมัย ถ้วยโกปาเดลเรย์ 17 ครั้ง และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 9 สมัยซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของรายการ นอกจากนั้น เรอัลมาดริดยังได้เป็นสมาชิกของกลุ่มจี-14 ซึ่งเป็นกลุ่มของสโมสรฟุตบอลชั้นนำของยุโรปอีกด้วย

สนามเหย้าของ สโมสรคือสนามซานเตียโก เบร์นาเบว อันมีชื่อเสียงแห่งกรุงมาดริด เรอัลมาดริดเป็นสโมสรที่มีสมาชิก (socios) เป็นเจ้าของและเป็นผู้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1902 ซึ่งแตกต่างกับสโมสรส่วนใหญ่ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 2000 ฟีฟ่าได้จัดว่าเรอัลมาดริดเป็นสโมสรที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20

ราชัน ชุดขาวนั้นเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์รายการแข่ง ขันของยูฟ่าด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 9 สมัยและยูฟ่าคัพ 2 สมัย ซึ่งมากกว่าสโมสรอื่น ๆ ทุกสโมสร มีเพียงโทรฟี่ยุโรปเดียวที่เรอัลมาดริดยังไม่เคยได้ นั่นคือ ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ ซึ่งพวกเขามีสิทธิ์เล่น 2 ครั้งเรอัล มาดริดยังเป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดในโลกจากกรณีศึกษา ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี ค.ศ. 2007 และยังเป็นสโมสรที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ทำให้เอเยนรายใหญ่ๆที่ทำการเปิดโต๊ะพนันบอล โดยมีเว็บไซต์ Gclub หรือคาสิโนออนไลน์ ที่เปิดรับแทงบอล เป็นนายหน้ารับแทงบอลในรูปแบบต่างๆ มากมาย เช่น Gclub,sbobet,holiday palace,แทงบอลออนไลน์,บาคาร่า,รูเล็ต ฯลฯ เมื่อมีการเชียร์บอลแล้วจึงเกี่ยวพันกับการพนันโดยสิ้นเชิง

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

Gareth Bale - Gareth Bale Officially Unveiled At Real Madrid
มาดริด หมายประกาศเอง พวกเขาทึ้งตัว Gareth Bale ปีกฝีเท้าจรวดมาจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้งดงาม โดยเซ็นหนังสือสัญญากันเป็นเวลา 6 ปี ระยะเวลาที่ "สกายสปอร์ตส์" บอก ค่าตัวของนักเตะวัย 24 ปี สูงถึง 100 ล้านEUROเลยแท้จริง เรอัล มาดริด ตามล่าตัว เบล มาเป็นเวลานาน กับช่วงไม่กี่วันที่เข้ามามีทางข่าวว่า ทั้ง 2 ทีมสามารถยอมรับหัวข้อค่าตอบแทนของนักเตะวัย 24 ปีได้แล้ว จนกระทั่งล่าสุด ราชัน ก็คำแถลงว่า พวกเขาได้ตัวอดีตสมัยลูกหม้อ เซาธ์แฮมป์ตัน มาเสริมแกร่งเป็นที่ดี ซึ่งในเวลานี้เหลือเพียงรอให้เสร็จสิ้นขบวนการการตรวจเนื้อตัวอย่างเดียว โดยที่จะมีการเซ็นข้อผูกพันกันเป็นระยะเวลา 6 ปี
       
ราชัน สโมสรทีมดังแห่งเวที ลา ลีกา สเปน ยืนกราน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมาว่า แฟนบอลบรรลุเงื่อนไขในการคว้าตัว Gareth Baleปีกเหล่าชาติเวลส์มาจาก ไก่เดือยทอง ทัพดังแห่งกลุ่มพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้เป็นที่งามแล้วราชัน และ ท็อตแน่ม ได้บรรลุเงื่อนไขให้กับการย้ายสโมสรของ Gareth Bale แล้ว โดยที่แข้งจะอยู่กับสโมสรในอีก 6 ฤดูต่อจากนี้" Real Madrid คำอธิบายผ่านweb อย่างเป็นพีธีของทีม ซึ่งถึงถึงเขาทั้งหลายจะไม่บอกกล่าวเรื่องค่าหัวของปีกทีมชาติเวลส์ แต่ "สกายสปอร์ตส์" นักข่าวกีฬาชื่อก้องของเมืองผู้ดีระบุว่า ค่าตอบแทนในการย้ายทัพครั้งนี้อยู่ที่ 100 ล้านยูโร (ราวๆ 4,000 ล้านบาท) ซึ่งจะส่งผลให้ แกเร็ธ เบล ทั้งเป็นนักบอลที่มีค่าจ้างในการย้ายเหล่าสูงที่สุดในโลกทันทีทันควัน

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เรอัล มาดริด แถลงคว้าตัว อิสโก้ เรียบร้อยแล้ว

เรอัล มาดริด ทีมดังในศึก ลา ลีกา สเปน แถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ถึงการคว้าตัว อิสโก้ มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวสเปนมาจากมาลาก้า เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 
โดยในแถลงการณ์เปิดเผยว่า  อิสโก้ จะเซ็นสัญญาเข้ามาอยู่ในถิ่น ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว เป็นเวลา 5 ปี และเตรียมเดินทางมาตรวจร่างกายในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้  ซึ่งคาดว่าค่าตัวการโยกย้ายครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 23 ล้านปอนด์
 
สำหรับ อิสโก้ เป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติสเปนชุดคว้าแชมป์ยูโร 2013 รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ที่ประเทศอิสราเอล นอกจากนั้นยังคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยเช่นกัน 

สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด

ต้นกำเนิดของสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดต้องย้อนกลับไปในช่วงที่กีฬาฟุตบอลได้ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในกรุงมาดริด โดยนักวิชาการและนักศึกษาของ อินสตีตูซีชัน ลีแบร์ เดอ เอนเซนานซา ซึ่งรวมถึงนักคึกษาของมหาวิทยาลัยเคมบริดจฺ์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆที่สำเร็จการศึกษา. พวกเขาร่วมตัวกันสร้างสโมสรฟุตบอลขึ้นในปีค.ศ. 1897 โดยเล่นกันประจำในวันอาทิตย์ตอนเช้าที่ มอนโกลา และต่อมาได้มีการแยกตัวออกเป็น 2 สโมสรในปี ค.ศ. 1900 โดยสโมสรหลักของกรุงมาดริดที่ผู้คนนิยมสนับสนุนได้มีชื่อว่า นิว ฟุตบอล เด มาดริด และอีกสโมสรหนึ่งคือ กลุบ เอสปาญอล เดอ มาดริด.[9]. ในวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 1902 หลังจากที่คณะกรรมการใหม่อย่าง ควน ปาดรอส ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานสดมสรคนแรกของสโมสรและเป็นวันที่ก่อตั้งสโมสรอย่างเป็นทางการ.[10] สามปีหลังหลังจากที่สโมสรมาดริดก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1905สโมสรมาดริดสามารถชนะครั้งแรกในเกมส์การแข่งขันที่พบกับ แอทเลติกบิลบาโอ ในการแข่งขันสเปนนิชคัพ รอบชิงชนะเลิศ. สโมสรก็ได้กลายเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลสเปนที่ได้เข้าร่วม สหพันธ์ฟุตบอลแห่งสเปน ในวันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 1909 เมื่อประธานสโมสร อาโดลโฟ เมเลนเดซ ลงนามข้อตกลงตามรากฐานของสเปนเอฟเอคัพ หลังจากย้ายสนามของทีมไปอยู่ที่ "คัมป์โป เดอ ดอนเนลล์" ในปี ค.ศ. 1912[11] ในปี ค.ศ. 1920, สโมสรได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เรอัลมาดริด" หลังจากที่ สมเด็จพระเจ้าอัลฟองโซที่ 13 แห่งสเปน รับตำแหน่ง (รอยัล) ของสโมสร.[12]
ในปี ค.ศ. 1929 การแข่งขันครั้งแรกของ สเปนนิชฟุตบอลลีกลีก ได้ก่อตั้งขึ้น ในช่วงนัดแรกของฤดูกาลจนถึงนัดสุดท้ายเรอัลมาดริดสามารถได้อันดับที่ 1 มาก่อนแต่มาปราชัยในนัดสุดท้ายที่พบกับ แอทเลติกบิลบาโอ, ทำให้ได้แค่อันดับที่ 2 และสโมสรต้องเสียแชมป์ไปให้กับ สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา.[13] เรอัลมาดริดสามารถได้แชมป์ลีกสเปนได้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1931และในปีถัดมาพวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน, จึงทำให้สโมสรเป็นทีมแรกในลีกของสเปนที่คว้าแชมป์ลีกติดต่อกันสองสมัย[14]
ในวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 1931 การมาถึงของ ก่อให้เกิดการสูญเสียของสโมสรจึงทำให้สโมสรเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อ มาดริด ฟุตบอล คลับ การแข่งขันฟุตบอลยังมีอยู่ต่อเนื่องหลังจากผ่านสงครามโลกครั้งที่ 2, และในวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 1943 สโมสรมาดริดสามารถเอาชนะ สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา ไปถึง 11-1 ในนัดที่สองของรอบก่อนชิงงชนะเลิศ[15]ในการแข่งขัน โกปาเดล เกเนราลีซีโม โกปาเดลเรย์ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็นเพื่อเป็นเกียรติให้กับ ฟรันซิสโก ฟรังโก,[16] รวมถึงการอำนวยการของความมั่นคงของรัฐที่ "ถูกกล่าวหาว่าทีมงานบอกว่าบางส่วนของพวกเขาเป็นเพียงการเล่นเพราะความเอื้ออาทรของระบอบการปกครองในการอนุญาตให้พวกเขาที่จะยังคงอยู่ในประเทศ"[17](p26) และประธานสโมสรบาร์เซโลน่า เอนริก ปีเนย์โร ได้ถูกทำร้ายโดนแฟนมาดริด.[18](p284)

ซานเตียโก เบร์นาเบว เยสเต และ ประสบความสำเร็จในเวทียุโรป (1945-1978)


อัลเฟรโด ดี สเตฟาโน, นักฟุตบอลที่ได้คว้าแชมป์ยูโรเปียนส์คัพ 5 สมัย (ปัจจุบันคือ, แชมเปียนส์ลีก)
ซานเตียโก เบร์นาเบว เยสเต ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานของสโมสรเรอัลมาดริดในปี ค.ศ. 1945.[19] ภายใต้ประธานสโมสรเขาได้ลงทุนสร้าง สนามกีฬา ซานเตียโก เบร์นาเบว และสิ่งอำนวยความสะดวกการฝึกอบรม คีอูดาด เดปอร์ตีวา, มาดริด ถูกสร้างขึ้นมาใหม่หลังจากที่ สงครามกลางเมืองสเปน ได้สงบศึกลงซึ่งความมีเสียหายตั้งแต่ปี ค.ศ. 1953 นอกจากนั้นเขาตัดสินใจไปกับกลยุทธ์ด้านการเงินของเขาด้วยการซื้อผู้เล่นในผู้เล่นระดับโลกจากต่างประเทศที่โดดเด่นที่สุดอย่าง อัลเฟรโด ดี สเตฟาโน เข้ามาร่วทีม.[20]
ในปี ค.ศ. 1955, ได้มีการแสดงความคิดเห็นที่เสนอโดยนักข่าวกีฬาฝรั่งเศสและบรรณาธิการของ กาเบรียล ฮานอต, เบร์นาเบว, เบดริกนาน และ กุสซตาฟ เซเบสสร้างการแข่งขันการจัดนิทรรศการของทีมได้รับเชิญจากทั่ว ยุโรปว่า ในที่สุดก็จะเป็นในสิ่งที่วันนี้เป็นที่รู้จักกัน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก.[21] มันเป็นภายใต้การแนะนำของเบร์นาเบวที่เรอัลมาดริดจัดตั้งตัวเองเป็นกำลังสำคัญในวงการฟุตบอลสเปนและยุโรป.สโมสรสมารถชนะเลิศและคว้าแชมป์ได้ 5 สมัยในช่วงปี 1956 ถึง 1960 ซึ่งรวมถึงการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่ชนะ ไอน์ทรัต แฟรงค์เฟิร์ต 7-3 ที่แฮมป์เดนพาร์ก ในปีค.ศ. 1960.[20] หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ห้าสมัยติดต่อกันจริงอย่างถาวรทำให้สโมสรได้รับรางวัลถ้วยเดิมและได้รับสิทธิในการสวมใส่ เกียรติตรายูฟ่า.[22] สโมสรสามารถคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่หกได้ในปี ค.ศ. 1966 ด้วยการชนะ พาร์ทีซาน เบลกราเด ไป 2-1 ในรอบชิงชนะเลิศซึ่งเป็นครั้งที่สโมสรส่งผู้เล่นสัญชาติสเปนทั้งหมดลงทำการแข่งขัน[23] สโมสรกลายเป็นที่รู้จักในฐานะ ชื่อ เย-เย มาจากเนื้อร้อง เย่, เย่, เย่ ของวงเดอะบีเทิลส์ จากเพลง "ชี เลิฟส์ ยู" หลังจากสี่สมาชิกของทีมที่ถูกลงเป็นข่าวของ มาร์กา ในอัลบั้มชุดบีทเทิลส์วิกรุ่น เย-เย ยังเป็นเพลงที่ใช้เปิดในการแข่งขัน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ 1962 และ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ 1964.[23]
ในปีช่วงทศวรรษที่ ค.ศ. 1970, เรอัลมาดริดสามารถคว้าแชมป์ลีกสเปนได้ 5 สมัย และ สเปนนิชคัพได้ 3 สมัย.[24] สโมสรได้มีสิทธิไปเล่นในรายการยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพครั้งแรกในปี ค.ศ. 1971และก็ต้องปรารชัยให้แก่สโมสรฟุตบอลเชลซีจากอังกฤษไป 2-1.[25] ในวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 1978 ประธานสโมสร ซานเตียโก เบร์นาเบวได้เสียชีวิตลง ในขณะที่ฟุตบอลโลก กำลังแข่งขันที่ประเทศอาร์เจนตินา ประเทศพันธมิตรของสมาคมฟุตบอล (ฟีฟ่า) กำหนดไว้สามวันของการไว้ทุกข์เพื่อเป็นเกียรติแก่เขาในระหว่างการแข่งขัน.[26]ในปีถัดมาสโมสรได้จัดการแข่งขัน โทรเฟโอ ซานเตียโก เบร์นาเบว เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ท่านประธานสโมสรจนถึงปัจจุบัน.

คูอินตา เดล บูอีเตร และ แชมป์ยุโรปสมัยที่ 7 (1980-2000)


ยุพพ์ ไฮน์เคส ผู้นำสโมสรคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ได้เป็นสมัยที่ 7 ของสโมสร
ในช่วงต้นทศวรรษที่ ค.ศ. 1980 สโมสรเรอัลมาดริดไม่สามารถคว้าแชมป์ ลาลีกาได้และพวกเขาใช้เวลาไม่กี่ปีที่จะได้กลับมาอีกครั้งเพื่อไปแย่งแชมป์ลีกด้วยการผ่านความช่วยเหลือของนักเตะใหม่ที่ช่วยนำพาสโมสรกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง.[27] นักข่าวกีฬาชาวสเปนคนหนึ่งที่ชื่อ ชูลีอู เซซาร์ อิกเลซีอัส ได้ให้ฉายากับทีมรุ่นนี้ว่า คูอินตา เดล บูอีเตร,ซึ่งได้มาจากชื่อเล่นให้กับหนึ่งในนักเตะของสโมสร, เอมีลีโอ บูตรากูเอโน. และสมาชิกอีกสี่คนที่เหลือมี มานูเอล ซานชิสมาร์ติน วาซเกวซมีเชล และ มีกูเอล พาร์เดซา.[28] ต่อมาเปลี่ยนฉายยาเป็น ลา คูอินตา เดล บูอีเตร (เนื่องจากสมาชิกในกลุ่มเหลือ 4 คนโดยพาร์เดซาได้ย้ายไปอยู่กับ ซาราโกซา ในปี ค.ศ. 1986) และนอกจากนั้นยังซื้อผู้เล่นที่โดดเด่นและเป็นกำลังหลักของสโมสรในเวลาต่อมาอาทิเช่น ฟรานซิสโก บูโย ผู้รักษาประตูชาวสเปนมีกูเอล พอร์ลัน เชนโด แบ็กขวาชาวสเปน และกองหน้าชาวเม็กซิโก ฮูโก ซานเชซ. เรอัลมาดริดเป็นหนึ่งทีมที่ดีที่สุดในสเปนและยุโรปในช่วงปลายทศวรรษที่ ค.ศ. 1980 ด้วยการคว้าแชมป์ ยูฟ่าคัพ 2 สมัย, สเปนนิชแชมเปียนชิพ 5 สมัย, โกปาเดลเรย์ 1 สมัย และ ซูเปร์โกปาเดเอสปาญา อีก 3 สมัย.[28] ภายหลังฉายา คูอินตา เดล บูอีเตร ได้หายไปจากแฟนบอลเรอัลมาดริด หลังจาก เอมีลีโอ บูตรากูเอโน, มาร์ติน วาซเกวซ และ มีเชล ได้ย้ายออกไปจากสโมสร
ในปี ค.ศ. 1996 ประธานสโมสรลอเรนโซ ซานซ์ ได้แต่งตั้งให้ ฟาบีโอ กาเปลโล อดีตผู้จัดการทีมเอซี มิลาน เข้าเป็นผู้จัดการทีมให้กับสโมสร แม้ว่าเขาดำรงตำแหน่งเพียงแค่หนึ่งฤดูกาล, แต่เขาก็สามารถนำเรอัลมาดริดคว้าแชมป์ลีกได้หนึ่งสมัยและได้ซื้อผู้เล่นตัวเก่งมากมาย เช่น โรเบร์ตู การ์ลูสเพรดรัก มีจาโตวิชดาวอร์ ซือเกอร์ และ คลาเรนซ์ ซีดอร์ฟ เข้ามาเล่นร่วมกับผู้เล่นเดิมของสโมสรอย่าง ราอุล กอนซาเลซเฟร์นันโด เฮียร์โรอีวาน ซาโมราโน และ เฟร์นันโด เรดอนโด เป็นผลทำให้เรอัลมาดริด (ด้วยนอกเหนือจากเฟร์นันโด โมเรียนเตส ในปี ค.ศ. 1997) ในที่สุดสิ้นสุดวันที่รอคอยมา 32 ปีสำหรับถ้วยูโรเปียนคัพ สมัยที่ 7 ในปี ค.ศ. 1998 ภายใต้การคุมทีมของ ยุพพ์ ไฮน์เคส, สโมสรสามารถเอาชนะสโมสรฟุตบอลยูเวนตุส ตัวแทนสโมสรจากประเทศอิตาลี ไป 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศด้วยการยิงประตูชัยลูกเดียวของ เพรดรัก มีจาโตวิช.[29]

โลสกาลักตีโกสและประธานคนใหม่ (2000-2009)


เดวิด เบคแคม และ ซีเนดีน ซีดาน อดีตผู้เล่นคนสำคัญของสโมสร
หลังจากปี ค.ศ. 1999 ที่สโมสรคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ได้เป็นสมัยที่ 8 ของสโมสรด้วยการชนะบาเลนเซีย สโมสรร่วมชาติเดียวกันได้ 3-0. ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2000 สโมสรเรอัลมาดริดได้แต่งตั้งประธานสโมสรคนใหม่คือ โฟลเรนตีโน เปเรซ และยังได้ถูกรับเลือกว่าเป็นนักธุรกิจชาวสเปนที่รวยที่สุดในประเทศสเปน ณ เวลานั้น.[30] ก่อนที่เขาจะมาดำรงตำแหน่งประธานสโมสร ในระหว่างหาเสียงของเขาเขาสัญญว่าจะลบหนี้ของสโมสรและสร้างสิ่งทันสมัย​​และสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่สโมสร แต่สัญญาที่สำคัญที่ขับเคลื่อนให้เปเรซไปสู่ชัยชนะเลือกตั้งด้วยการนักเตะชื่อดังชาวโปรตุเกสอย่าง ลูอีช ฟีกู ซึ่งเป็นอดีตนักเตะของสโมสรบาร์เซโลนา คู่ปรับร่วมเมืองของเรอัลมาดริด.[31] ในปีถัดมาสโมสรเรอัลมาดริดได้สร้างค่ายฝึกอบรมใหม่และใช้เงินที่พวกเขาสามารถมีอยู่จากปีก่อนที่ด้วยการจัดการสรรหาดาวผู้เล่นที่ นักข่าวสเปนเรียกว่า ลอส กาลาตีกอส โดยมีชื่อนักเตะชื่อดังในยุคนั้นอาทิเช่น ซีเนดีน ซีดานโรนัลโดเดวิด เบคแคมฟาบีโอ กันนาวาโรลูอีช ฟีกูโรเบร์ตู การ์ลูส และ ราอุล กอนซาเลซ อาจจะมีการนักข่าวบางส่วนอภิปรายเมื่อผู้เล่นถูกซื้อโดยเปเรซเล่นล้มเหลวในการสนับสนุนความสำเร็จของสโมสร แต่เปเรซก็ใช้คำสบประมาทของนักข่าวด้วยการนำสโมสรเรอัลมาดริดคว้าแชมป์ยูโรเปียนส์คัพ เป็นสมัยที่ 9 ของสโมสร และคว้าแชมป์ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปและอเมริกาใต้ ได้หนึ่งในปี ค.ศ. 2002 ในปีถัดมาสโมสรก็สามารถคว้าแชมป์ ลาลีกา, สโมสรล้มเหลวที่จะคว้าแชมป์รางวัลที่สำคัญสำหรับในสามฤดูกาลถัดมา.[32]
ในช่วงฤดูร้อนของปี ค.ศ. 2003 หลังจากคว้าแชมป์ลาลีกาได้อีกหนึ่งสมัย โฟลเรนตีโน เปเรซ และ คณะกรรมการด้านฝ่ายบริหารของสโมสรได้ปฏิเสธการต่อสัญญาฉบับใหม่ของบีเซนเต เดล โบสเก หลังจากที่เกิดความคัดแย้งกับกัปตันทีมของสโมสร เฟร์นันโด เฮียร์โร ที่จะย้ายออกจากสโมสร.และเซ็นสัญญากับผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกส การ์รอส เกวรีออซเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมด้วยสัญญาคุมทีม 1 ฤดูกาลซึ่งเกวรีออซก็สามารถนำสโมสรคว้าแชมป์ ซูเปร์โกปาเดเอสปาญา ได้หนึ่งสมัยก่อนจะหมดสัญญากับสโมสร.ในช่วงฤดูกาล 2005-2006 สโมสรได้ซื้อผู้เล่นคนใหม่เข้ามาเสริมทัพมากมาย เช่น จูลีโอ บาปติสตา (€20 ล้าน), โรบินยู (€30 ล้าน) และ เซร์คีโอ ราโมส (€30 ล้าน) โดยในฤดูกาลนี้สโมสรได้เปลี่ยนผู้จัดการทีม 2 คน คนแรกคือ ฟานเดอร์เริล ลักเซมบูร์กู แล้วได้เปลี่ยนเป็น ควน ราโมส โลเปซ การ์โล ในช่วงปลายปี ค.ศ. 2005 โดยราโมสนำสโมสรได้รองชนะเลิศลาลีกาและทำผลงานไม่ค่อยดีเท่าที่ควรจึงได้ถูกยกเลิกสัญญาไปในการคุมสโมสรฤดูกาลหน้า.

ผู้เล่นของสโมสรเรอัลมาดริดฉลองหลังจากคว้าแชมป์ ซูเปร์โกปาเดเอสปาญา มาได้ 1 สมัย ด้วยการชนะ บาเลนเซีย.
ในปี ค.ศ. 2006 สโมสรได้แต่งตั้งประธานสโมสรคนใหม่แทนเปเรซคือ รามอน คาลเดอร์รอน และสโมสรสามารถกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในรายการลาลีกา ด้วยฝีมือการคุมทีมของ ฟาบีโอ กาเปลโล ที่ตัดสินใจกลับมาคุมทีมอีกครั้ง โดยในฤดูกาลนี้สโมสรขายนักเตะชื่อดังหลายคนไปมากมายไม่ว่าจะเป็น เดวิด เบคแคมลูอีช ฟีกูโรนัลโด และ ซีเนดีน ซีดาน ที่ได้ขอเลิกเล่นฟุตบอลกับสโมสรแล้วแขวนสตัดไป แต่กาเปลโลก็สามารถซื้อนักเตะใหม่เข้ามาเสริมแทนตำแหน่งเดิมได้ อาทิเช่น กอนซาโล อีกวาอิน กองหน้าชาวอาร์เจนตินามาร์เซลู วีเอรากองหลังชาวบราซิลรุด ฟาน นิสเตลรอย กองหน้าชาวดัตช์จากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด.
ต่อมาในปี ค.ศ. 2007 สโมสรก็ต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมอีกครั้งหลังจากที่กาเปลโลอยู่กับสโมสรเพียงฤดูกาลเดียว ด้วยการเซ็นสัญญากับแบรนด์ ชูสเตอร์ อดีตผู้เล่นชื่อดังในช่วงทศวรรษที่ 1980 ของสโมสร และสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมแทนกาเปลโล โดยชูสเตอร์ได้ซื้อผู้เล่นที่มีทั้งประสบการณ์และทักษะที่ดีมากมาย เช่น เปปีเวสลีย์ สไนเดอร์อาร์เยิน รอบเบินแยร์ซี ดูแด็ก เป็นต้น ชูสเตอร์นำสโมสรไปเล่นใน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ไม่ค่อยดีนนักโดยตกรอบสิบหกทีมสุดท้ายด้วยการปราชัยให้แก่โรม่าจากอิตาลี ไป 4-2 แต่กลับทำผลงานในลีกได้อย่างดีด้วยการนำสโมสรไม่แพ้ใครมา 9 นัดติดในช่วงก่อนเก้านัดสุดท้ายก่อนจบฤดูกาลแล้วคว้าแชมป์ลาลีกาสมัยที่ 30 ของสโมสรไปได้
ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2008-09 ชูสเตอร์สามารถนำสโมสรคว้าแชมป์ ซูเปร์โกปาเดเอสปาญา ด้วยการชนะสโมสรฟุตบอลบาเลนเซีย ไป 6-5. แต่แล้วชูสเตอร์ก็ถูกไล่ออกจากการผู้จัดการทีมโดยไม่ทราบสาเหตุ. ทางสโมสรจึงแต่งตั้งให้ ควนเต ราโมส เป็นผู้จัดการทีม แต่ราโมสก็ไม่สามารถนำสโมสรประสบความสำเร็จมากซึ่งในรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ก็ปราชัยให้กับ สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล จากอังกฤษ ไป 5-0 ในรอบสิบหกทีมสุดท้ายและผลงานในลีกก็ทำได้แค่จบอันดับ 2 ซึ่งก็ทำให้ราโมสโดนไล่ออกไป.

การกลับมาของเปเรซและมูรีนโย (2009-ปัจจุบัน)


คริสเตียโน โรนัลโด,ผู้เล่นคนแรกที่ยิงประตูคู่แข่งทั้ง 19 สโมสรในฤดูกาลเดียวได้เป็นคนแรก
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2009 โฟลเรนตีโน เปเรซ อดีตประธานคนเก่าของสโมสรได้กลับมารับดำรงตำแหน่งประธานสโมสรอีกครั้ง.[33][34] โดยการกลับมาในครั้งนี้เปเรซมีแผนที่จะสร้าง กาลาตีกอส ซึ่งเป็นนโยบายการซื้อนักเตะที่มีทักษะและฝีมือชั้นยอดเข้ามาสู่สโมสรโดยคนแรกที่เข้าซื้อมาคือ กาก้า กองกลางตัวรุกจากเอซี มิลาน ด้วยค่าตัว € 65 ล้าน,[35]และคริสเตียโน โรนัลโด ปีกริมเส้นจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว € 80 ล้าน และได้เซ็นสัญญากับ มานวยล์ เปเยกรีนี ผู้จัดการทืมชาวชิลีเป็นเวลาหนึ่งฤดูกาล ซึ่งเปเยกรีนีก็ทำผลงานได้ดีในการคุมสโมสรด้วยการจบอันดับที่ 2 ในลาลีกา.
หลังจากสัญญาการคุมทีมของเปเยกรีนีได้หมดลง เปเรซก็ตัดสินใจเซ็นสัญญากับ โชเซ มูรีนโย อดีตผู้จัดการทีมของสโมสรฟุตบอลเชลซีชาวโปรตุเกส ในช่วงเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2010.[36][37] ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2011 ได้เกิดสิ่งแปกประหลาดเป็นครั้งแรกเกิดขึ้นในการแข่งขัน เอลกลาซีโก ซึ่งเกิดขึ้นทั้งหมดถึง 4 รอบ. รอบแรกคือในการแข่งขันลาลีกาซึ่งเรอัลมาดริดเสมอกับบาร์เซโลนาไป 1-1, รอบที่สองคือในรอบชิงชนะเลิศโกปาเดลเรย์ซึ่งเรอัลมาริดแพ้บาร์เซโลนาไป 0-1 และในการแข่งขัน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2010-11 ก็พบกันสองรอบในรอบก่อนรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 27 เมษายน และ 2 พฤษภาคม (รวมผลสองนัด บาร์เซโลนาชนะไป 3-1) แล้วในฤดูกาลนี้สโมสรก็ต้องได้รองแชมป์ลาลีกา และ คริสเตียโน โรนัลโด ก็เป็นดาวซัลโวสูงสุดของสโมสรและลาลีกาในฤดูกาลนี้ด้วยการยิงประตูไป 40 ประตู
ในฤดูกาล 2011-12 เรอัลมาดริดสามารถคว้าแชมป์ลาลีกามาได้เป็นสมัยที่ 32 ของสโมสรในประวัติศาสตร์การแข่งขันลาลีกาและจบอันดับ 1 ของฤดูกาลด้วยการมีคะแนนทั้งหมด 100 คะแนน จากทั้งหมด 114 คะแนน, ยิงประตูคู่แข่งได้มากถึง 121 ประตู และเสียประตูให้คู่แข่งไป 32 ประตู และผลต่างของลูกได้กับลูกเสียคือ 89 ประตู พร้อมกับชนะคู่แข่งทั้งหมด 32 นัด เสมอ 4 นัด และแพ้ 2 นัด.[38] และ คริสเตียโน โรนัลโด กลายเป็นผู้เล่นที่เร็วที่สุดในการทำประตูมากกว่า 100 ลูก ในประวัติศาสตร์ลีกสเปนยังเป็นผู้เล่นที่ทำประตูได้ โดยโรนัลโดทำประตู 101 ประตู จากการลงเล่นแค่ 92 โดยทำให้โรนัลโดแซงสถิติของ เฟเรนส์ ปุชคัช อดีตนักฟุตบอลชาวฮังการีของสโมสรที่ทำประตูที่ 100 จากการลงเล่น 105 นัด แล้วโรนัลโดยังเป็นผู้เล่นคนแรกของสโมสรที่ทำประตูสูงสุดในหนึ่งปี (60 ประตู) และโรนัลโดยังเป็นผู้เล่นคนแรกที่ยิงประตูคู่แข่งทั้ง 19 สโมสรในลาลีกาเพียงฤดูกาลเดียวอีกด้วย